FoodHouse: All About Food

บล็อกบ้านอาหารที่ส่งเสริมให้คนไทยสุขภาพดี

นมฟลูออไรด์

นมนม เป็นอาหารที่จำเป็นของมนุษย์ทุกวัย เป็นแหล่งพลังงาน และมีสารอาหารครบทุกหมวดโดยเฉพาะอย่างยิ่งแร่ธาตุแคลเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างกระดูกและฟัน ประเทศไทยจึงมีนโยบายให้เด็กนักเรียนระดับประถมศึกษาและอนุบาลได้ดื่มนมในโรงเรียนทุกวัน  

นมฟลูออไรด์ คือ การใช้ฟลูออไรด์เสริมในอีกรูปแบบหนึ่ง ที่มีสี กลิ่น และรสชาด เหมือนนมโดยทั่วไป โดยการเติมฟลูออไรด์ในนม ซึ่งจะสอดคล้องกับวิถีชีวิตของเด็กไทย เนื่องจากเด็กมีการดื่มนมที่โรงเรียนทุกวันเรียน ด้วยวิธีนี้ จะทำให้เด็กได้รับฟลูออไรด์เสริมอย่างทั่วถึง เท่าเทียมกัน และคุ้มทุน  

จากการศึกษาพบว่า …. การใส่ฟลูออไรด์ในนมในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับพื้นที่ที่น้ำประปามีปริมาณฟลูออไรด์ต่ำ สามารถลดโรคฟันผุได้ร้อยละ 33-77 และมีการนำนมฟลูออไรด์ไปใช้ในหลายประเทศ โดยดำเนินโครงการระดับชุมชนขนาดใหญ่ เช่น จีน อังกฤษ รัสเซีย บุลกาเรีย ฮังการี และสกอตแลนด์ นอกจากนี้ยังพบว่า หลังการดื่มนมฟลูออไรด์จะพบปริมาณฟลูออไรด์คงอยู่ในช่องปากตลอดเวลา ร้อยละ 55-60 และพบด้วยว่า มีฟลูออไรด์สะสมในแผ่นคราบจุลินทรีย์สูงขึ้น หลังได้รับนมนานถึง 8 สัปดาห์ ซึ่งจะช่วยเสริมกระบวนการคืนกลับของแร่ธาตุบนตัวฟัน ทำให้ฟันเพิ่มความแข็งแรง เพราะได้รับแร่ธาตุฟลูออไรด์ไปสู่ผิวฟันด้วย  

Milkในประเทศไทย กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับโครงการส่วนพระองค์ส่วนจิตรลดา ได้ผลิตนมฟลูออไรด์ขึ้นเป็นครั้งแรกในประเทศไทย ภายใต้การสนับสนุนทางวิชาการขององค์การอนามัยโลก และคณะทันตแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยเติมฟลูออไรด์ 0.5 มิลลิกรัมต่อปริมาณนม 1 ถึง (200 มิลลิลิตร) และกำลังอยู่ในระหว่างการวิจัยพัฒนารูปแบบการกินนมฟลูออไรด์ป้องกันฟันผุในโรงเรียนกลุ่มตัวอย่าง ในเขตกรุงเทพมหานคร  

การดื่มนมฟลูออไรด์วันละ 1 ถุง สำหรับเด็ก จะทำให้ได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่เพียงพอกับการเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับฟัน ทั้งฟันที่ขึ้นแล้ว และยังไม่ขึ้น โดยไม่จำเป็นต้องรับฟลูออไรด์เสริมโดยการกินในรูปแบบอื่นอีก แต่สามารถดูแลรักษาสุขภาพช่องปากด้วยการแปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ร่วมไปด้วย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพช่วยป้องกันฟันผุที่ผิวฟัน ก็จะส่งเสริมและป้องกันฟันผุในเด็กได้อย่างแท้จริง 

-ข้อมูลจาก กองโภชนาการ

Advertisements

มีนาคม 30, 2007 Posted by | ทันโลกสุขภาพ | ใส่ความเห็น

สถานที่ราชการปลอดบุหรี่ดีสำหรับคุณทุกคน

ถ้าไปติดต่อสถานที่ราชการนำร่องตามข่าวนี้ รับรองว่าปอดคุณๆ จะสดชื่นแน่นอนครับ…

 

เพราะ กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงร่วมมือในการจัดเขตปลอดบุหรี่กับหน่วยงานราชการ 29 แห่ง เช่น สำนักนายกรัฐมนตรี กระทรวงต่างๆ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร ฯลฯ ประกาศเป็นพื้นที่ห้ามขาย ห้ามข้าราชการและประชาชนผู้มาติดต่อสูบบุหรี่เขตที่ห้าม หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2,000 บาท แก่ผู้ที่สูบในสถานที่ราชการ รวมถึงปรับเจ้ากระทรวงหรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานนั้นๆด้วย

 

อันที่จริงมีประกาศกระทรวงสาธารณสุขฉบับที่ 10 พ.ศ.2545 บังคับให้สถานที่ราชการหรือรัฐวิสาหกิจซึ่งเป็นสถานที่สาธารณะเป็นเขตปลอดบุหรี่อยู่แล้ว แต่เนื่องจากขาดนโยบายที่ชัดเจนประกอบกับไม่มีผู้รับผิดชอบโดยตรง จึงทำให้การบังคับใช้ล่าช้า แต่หลังจากมีการลงนามดังกล่าว คาดว่าแนมโน้มสุขภาพปอดของประชาชนและข้าราชการจะดีขึ้น

 

ควันบุหรี่เป็นสิ่งรบกวนสุขภาพของเราทุกคน ไม่ว่าจะเป็นโรคถุงลมโป่งพอง มะเร็งปอด ทำให้ทารกในครรภ์มีปัญหาทางเดินหายใจ ใบหน้าแก่ก่อนวัย ฟันและเล็บเหลืองเป็นคราบ ทำให้เปลืองสตางค์ แถมยังต้องป่วยโดยใช่เหตุอีกด้วย

 

ในเมื่อภาครัฐออกตัวกันแข็งขันอย่างนี้แล้ว ภาคเอกชนห้างร้านต่างๆ หรือแม้แต่ในบ้าน ก็น่าจะหันมาช่วยกันสร้างเขตปลอดควันบุหรี่อย่างจริงจังบ้างนะครับ

มีนาคม 30, 2007 Posted by | ทันโลกสุขภาพ | 1 ความเห็น

แกงจืดสามสหาย

เครื่องปรุง (สำหรับ 1 คน)

เนื้อปลา (หั่นบางๆ )                                               1              ช้อนกินข้าว
กุ้ง (ปอกเปลือก เอาหัวออก)                                   1              ช้อนกินข้าว
เนื้อไก่ (หั่นบางๆ)                                                  1              ช้อนกินข้าว
ต้นหอม (ใช่เฉพาะใบ เพื่อนำมามัด)                                    
รากผักชีโขลกละเอียด                                             3              ราก
กระเทียมโขลกละเอียด                                          3              กลีบ
ต้นหอม  ผักชี
กระหล่ำปลี                                                             2              ทัพพี
ซีอิ๊วขาว                                                                   1              ช้อนโต๊ะ
น้ำ                                                                           2              ถ้วยตวง

คุณค่าทางโภชนาการ (สำหรับ 1 คน)

พลังงาน                                                                  123          กิโลแคลอรี

คาร์โบไฮเดรต                                                         12.1         กรัม

โปรตีน                                                                    11.4         กรัม

ไขมัน                                                                     3.2           กรัม

แคลเซียม                                                                120.7       มิลลิกรัม

เบต้า-แคโรทีน                                                        86.9         ไมโครกรัม             

ใยอาหาร                                                                 3.4           กรัม

โคเลสเตอรอล                                                         52.8         มิลลิกรัม
โซเดียม                                                                   45.6         มิลลิกรัม

วิธีปรุง

1.นำเนื้อปลา ไก่ และกุ้ง ที่หั่นบางๆ แล้วมามัดรวมกัน ห่อด้วยใบกระหล่ำปลีที่ลวกแล้ว  แล้วมัดเข้าด้วยกันด้วยใบต้นหอม

2.ใส่น้ำลงในหม้อ ตั้งไฟพอเดือด ใส่รากผักชี กระเทียมที่โขลกแล้วลงไป3.เมื่อน้ำเดือด ใส่เนื้อปลา ไก่ และกุ้ง ที่มัดแล้วลงไปต้มพอเดือดอีกครั้ง ปรุงด้วยซีอิ๊วขาวแล้วใส่ต้นหอม ผักชี ลงไป แล้วปิดไฟตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟ

Tip

ถ้าสามารถลดน้ำหนักตัวได้เพียงร้อยละ 5-10 ของน้ำหนักตัวในปัจจุบัน จะมีผลต่อการลดความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 20

มีนาคม 28, 2007 Posted by | 27 เมนูสู่หุ่นสวย | ใส่ความเห็น

ทักทายก่อนเข้าไปชิม

ภาวะโภชนาการเกิน หรือ โรคอ้วน เป็นปัญหาสาธารณสุขที่สำคัญของประเทศไทย คนไทยมีแนวโน้มเป็นโรคอ้วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และหันไปลดความอ้วนด้วยวิธีต่างๆส่วนมาก มักจะไม่ได้ผล แต่กลับเป็นอันตรายต่อสุขภาพ การควบคุมอาหารก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง ที่นิยมใช้กันมาก และส่วนใหญ่จะใช้เมนูอาหารลดน้ำหนักแบบตะวันตกหรือต่างชาติ ซึ่งถือว่าเป็นการควบคุมน้ำหนักที่ไม่อยู่ในวิถีชีวิตจริง ๆ ของคนไทย และไม่ได้ผลในระยะยาว

กรมอนามัย ตระหนักดีว่า อาหารไทยเป็นอาหารแห่งสุขภาพ ที่จะสามารถใช้เป็นเมนูควบคุมน้ำหนักของคนไทยได้ ซึ่งไม่เพียงแต่จะทำให้น้ำหนักอยู่ในภาวะปกติเท่านั้น แต่เป็นการปลูกฝังพฤติกรรมการกินอาหารที่ถูกต้องไปตลอดชีวิตอันจะนำมาซึ่งสุขภาพ และภาวะโภชนาการที่ดีในที่สุด

กรมอานามัยจึงได้ร่วมมือกับ บริษัท ไฮคิวผลิตภัณฑ์อาหาร จำกัด จัดทำบล็อก “FoodHouse” เพื่อใช้เป็นแนวทางในการบริโภคอาหาร เพื่อควบคุมน้ำหนักตัว ซึ้งผลที่ได้รับคงไม่ใช่เพียงหุ่นสวย รูปร่างดีเท่านั้น แต่การมีสุขภาพที่ดี คือ ผลลัพธ์ ที่มีคุณค่ามากที่สุด สำหรับคนที่สามารถปฏิบัติตามบล็อกนี้

กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

มีนาคม 28, 2007 Posted by | เมนูเพื่อสุขภาพ | ใส่ความเห็น

คุณเป็นนักกินแบบไหน

 

ก่อนอื่นต้องสำรวจตังเองก่อนค่ะ ว่าคุณเป็นนักกินแบบไหน มีพฤติกรรมอย่างไร แล้วค่อยมาปรับพฤติกรรมการกินและการออกกำลังกายให้ถูกหลัก เพื่อสุขภาพที่ดีแบบไม่อ้วนกันค่ะ

ข้อ 1 อาหารโปรดที่คุณมักกินบ่อย ๆ

ก. อาหารฟาสต์ฟู้ดแบบตะวันตก

ข. อาหารประเภทต้ม นึ่ง ย่าง แกงไม่ใส่กะทิ

ค. อาหารผัด ๆ ทอด ๆ อาหารที่ใส่กะทิ เนย และขนมหวาน

ง. ขนมขบเคี้ยว เบเกอรี่ และน้ำอัดลม

ข้อ 2 กิจกรรมประจำวันที่คุณชอบทำบ่อย ๆ

ก. ดูทีวี หรือนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ พร้อมกินขนมขบเคี้ยว

ข. ซักผ้า ถูบ้าน ล้างรถ ไปฟิตเนสสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

ค. เที่ยวห้าง ช้อปปิ้ง นัดเพื่อนดินเนอร์ แถมไอศกรีม ตบท้ายอีกคนละถ้วยก่อนกลับบ้าน

ง. นั่งทำงานทั้งวัน ไม่เดินไปสุงสิงกับใคร ใช้โทรศัพท์ก็ได้ สะดวกดี

ข้อ 3 กิจกรรมโปรดในวันหยุดของคุณคือ

ก. เดินเล่นตามห้างสรรสินค้า ดูหนัง กินอาหารฟาสต์ฟู้ดแบบตะวันตก อินเทรนด์ซะ

ข. ทำงานบ้าน ยืดเส้น ยืดสาย หรือไม่ก็ไปสวน หาต้นไม้สวย ๆ มาลงที่บ้าน

ค. กลางวันนอน กลางคืนหาอาหารอร่อย ๆ กินดีกว่า ดึกแค่ไหนก็สู้

ง. นั่ง ๆ นอน ๆ ดูทีวี

ข้อ 4 พฤติกรรมแบบไหนที่คุณชอบทำ

ก. เติมน้ำตาล น้ำปลา ก่อนชิมอาหารทุกครั้ง

ข. ถอยห่าง หวาน มัน เค็ม เลี่ยงได้เป็นดี

ค. ชอบกินแต่หวาน ๆ มัน ๆ อร่อยดี กินเป็นรางวัลให้ชีวิต

ง. ติดเป็นนิสัยเสียแล้วที่จะเติมเครื่องปรุงทุกอย่างในอาหาร

ข้อ 5 คุณมีวิธีดูแลน้ำหนักอย่างไร

ก. ของอร่อย ๆ ชอบนักแล ขอกินไว้ก่อน ไม่สนหรอกเรื่องน้ำหนัก

ข. ตั้งใจควบคุมอาหาร และออกกำลังกาย พร้อมหมั่นตรวจสอบน้ำหนักตัวเป็นประจำ

ค. กินตามใจปากไปก่อน แล้วค่อยหายา หรืออาหารสำหรับลดน้ำหนักกินตามหลังเพื่อรีดไขมัน

ง. เห็นหุ่นตังเองแล้ว ก็ได้แต่ปลง ชาตินี้คงร้องเพลงช้าง ๆๆ ไปตลอด

เลือกคำตอบที่ตรงกับสิ่งที่เป็นคุณมากที่สุด

  • คุณเป็นนักกินอย่างฉลาด ถ้าเลือกข้อ ข. มากที่สุด
  • คุณเป็นนักกินตามใจปาก ถ้าเลือกข้อ ก. และ ค. มากที่สุด
  • คุณเป็นนักกินที่ละเลยสุขภาพ ถ้าเลือกข้อ ง. มากที่สุด

พวกนักกินตามใจปากและนักกินที่ละเลยสุขภาพนี่แหละ ที่หุ่นจะอวบอ้วนมากกว่าปกติเพราะกินไม่เลือก กินทุกอย่างที่ขวางหน้า ชอบกินแต่อาหารพลังงานสูง แถมยังไม่ชอบออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวร่างกายอีกต่างหาก

มีนาคม 28, 2007 Posted by | ทันโลกสุขภาพ | ใส่ความเห็น